รวม คำถาม-คำตอบ กิจกรรมแจกสื่อฯ

รวม คำถาม-คำตอบ กิจกรรมแจกสื่อ

หยุด! ทำร้ายพระพุทธศาสนา

หยุด! ทำบาปให้กับตนเอง

หยุด! ถวายทอง – เงิน

แด่พระภิกษุและสามเณร

 

คำถาม-คำตอบ กิจกรรมแจกสื่อ หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนาฯ มีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง ?

คำถาม

 

กิจกรรมแจกสื่อ หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา

หยุดทำบาปให้กับตนเอง

หยุดถวายทอง-เงิน แด่พระภิกษุและสามเณร

มีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง ?

 

คำตอบ

 

มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้คือ

๑. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๖๓ และ มาตรา ๖๗

 

๒. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕

มาตรา ๑๕ ตรี (๔)

เพิ่มโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

 

๓. พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. ๒๔๙๓

มาตรา ๘

 

๔. พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๔๙๙

มาตรา ๑๕๗ , ๓๔๑ , ๓๔๒ และ ๓๔๓

คำถาม-คำตอบ โยมสามารถเตือนพระได้ด้วยหรือ ?

คำถาม

 

โยมสามารถเตือนพระได้ด้วยหรือ ?

 

คำตอบ

 

โยมก็สามารถเตือนพระได้

หากเตือนพระด้วยพระบัญญัติ

(เช่น เรื่องห้ามรับทอง-เงิน)

พระไม่แก้ไขก็จะต้องอาบัติเพิ่ม

หากยังไม่แก้ไขอีก

โยมก็สามารถประกาศความไม่เลื่อมใส

หรือไม่ใส่บาตรพระก็ได้

ในสมัยพุทธกาลก็มีเรื่องภิกษุชาวโกสัมภี

ที่มีหลักฐานบันทึกไว้

แม้ก็ทั่งไล่พระจนพระวิ่งไปตกหลุมขี้

ในสมัยพุทธกาลก็ยังมีหากพระทำผิด

คำถาม-คำตอบ กฐิน, ผ้าป่า ที่นำเงินไปถวายพระ ผิดหรือไม่ ?

คำถาม

 

กฐิน, ผ้าป่า ที่นำเงินไปถวายพระ ผิดหรือไม่ ?

 

คำตอบ

 

กฐิน ตามศัพท์แปลว่า ไม้สะดึง

คือ กรอบไม้สำหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวร

เป็นเรื่องเกี่ยวกับผ้า แต่การอ้างว่าเงินเป็นบริวารกฐิน

แล้วเอาเงินไปถวายพระเป็นสิ่งที่ผิด

ขัดกับพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้

เพราะพระรับเงินไม่ได้ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ก็ตาม

 

ส่วนเรื่องผ้าป่า คือ

พระบางรูปจะสมาทาน

ปังสุกูลิกังคธุดงค์ (ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร)

ไม่รับผ้าใหม่ ใช้เฉพาะผ้าบังสุกุลเท่านั้น

คำว่าผ้าบังสุกุลแปลว่าผ้าที่เขาทิ้ง

จึงมีการเอาผ้าไปทิ้งไว้ในป่าเพื่อเป็นผ้าบังสุกุล

แล้วเรียกว่าผ้าป่า

แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้ในป่าเสมอไป

(สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ต่อด้านล่างที่

“ผ้าบังสุกุล 23 ชนิด”)

นอกจากนี้โยมเข้าใจกันผิดๆ คือเอาผ้าใหม่ๆ ไปให้พระ

แล้วพระก็รับเลยแล้วบอกว่าเป็นผ้าบังสุกุล

ผ้ายังใหม่อยู่เลยบางผืนพึ่งจะแกะออกจากถุงพลาสติก

และไม่ได้เป็นผ้าทิ้งเป็นผ้าใหม่ที่ตั้งใจว่าจะเอามาถวายพระ

จะเป็นผ้าบังสุกุลได้อย่างไร ?

มิหนำซ้ำยังเอาเงินถวายพระอีกได้บาปเพิ่มขึ้นไปอีก

เพราะพระรับเงินไม่ได้ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ก็ตาม

 

สามารถศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง

พระภิกษุและสามเณร ห้ามรับ ให้รับ

หรือยินดีทองเงินอันเขาเก็บไว้ให้

ได้จาก คำถาม-คำตอบ

ทำไมพระถึงรับทอง-เงินไม่ได้  ?

เมื่อพระรับทอง-เงินแล้วโทษร้ายแรงขนาดไหน ?

ส่งผลถึงใครบ้าง ?

http://www.d-study.com/index.php/th/mediagiveawayevent/question/917-q001

คำถาม-คำตอบ ทำไมพระถึงรับทอง-เงินไม่ได้ ? เมื่อพระรับทอง-เงินแล้วโทษร้ายแรงขนาดไหน ? ส่งผลถึงใครบ้าง ?

คำถาม

 

ทำไมพระถึงรับทอง-เงินไม่ได้  ?

เมื่อพระรับทอง-เงินแล้วโทษร้ายแรงขนาดไหน ?

ส่งผลถึงใครบ้าง ?

 

คำตอบ

 

พระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาของศาสนาพุทธบัญญัติว่า

ภิกษุที่บวชในพระพุทธศาสนา

ห้ามรับทอง-เงิน เมื่อภิกษุละเมิดก็เป็นผู้ต้องอาบัติ เป็นผู้ทุศีล

เมื่อเป็นผู้ทุศีล บริโภคปัจจัย 4 ของชาวบ้านก็เป็นมหาโจร

เมื่อไม่ยอมแก้ไขอยู่ร่วมกับภิกษุอื่นก็จะทำให้ภิกษุอื่นต้องอาบัติเพิ่ม

โยมที่ไปเกี่ยวข้อง คบค้าสมาคมด้วยก็จะประสบทุกข์ตลอดกาลนาน

 

และนอกจากจะต้องอาบัติจากการรับทอง-เงินแล้ว

ก็ยังสามารถต้องอาบัติลามไปได้อีกหลายอาบัติ

จากการที่นำเงินนั้นไปทำอย่างอื่นต่อไป

 

หนักที่สุดก็ถึงขั้นต้องปาราชิก

ขาดจากความเป็นพระไปเลยก็มี

หากรู้อยู่ว่าต้องอาบัติมีโทษแต่ยังโกหกโยม

ผู้ถวายว่ารับเงินได้ไม่เป็นไร ถวายได้ไม่ผิด ไม่ต้องอาบัติ

ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าผิด ต้องอาบัติ

ได้ทรัพย์มา 1 บาทขึ้นไป

ต้องอาบัติปาราชิก ฐานฉ้อโกงอีกด้วย

 

นอกจากพระที่รับเงินจะต้องอาบัติแล้ว

ถ้าหากพระรูปนั้นรู้ว่าผิดต้องอาบัติแต่ยืนยันจะไม่แก้ไขก็จะเป็นอลัชชี

จะทำให้พระรูปอื่นที่อยู่ร่วมต้องอาบัติไปด้วย

ต้องอาบัติลามไปได้อีกมากมายหลายรูป

 

โทษของการถวายเงินพระจึงมีมากอย่างนี้

คำถาม-คำตอบ พระที่รับทอง-เงินไปแล้ว ต้องอาบัติไปแล้วจะแก้ไขอย่างไร ?

คำถาม

 

พระที่รับทอง-เงินไปแล้ว ต้องอาบัติไปแล้วจะแก้ไขอย่างไร ?

 

คำตอบ

 

พระที่รับทอง-เงินไปแล้ว ต้องอาบัติไปแล้วแก้ไขโดย

ทอง เงิน ที่เป็นนิสสัคคีย์ ต้องเสียสละในท่ามกลางสงฆ์

และพระก็ต้องแสดงอาบัติหลังจากเสียสละแล้วด้วย

โดยเมื่อเสียสละแล้วปัจจัยที่ได้จากเงินที่พระรับ

ก็ไม่ควรแก่พระผู้รับ

 

ของที่ซื้อขายด้วยเงิน ซึ่งเป็นนิสสัคคีย์นั้น

ต้องเสียสละในท่ามกลางสงฆ์

หลังจากนั้นพระก็ต้องแสดงอาบัติด้วย

 

เมื่อพระจัดการเงินสิ่งที่เกิดจากการจัดการนั้น

ก็เป็นอกัปปิยะจำจะต้องสละเหมือนกัน

 

หากแสดงอาบัติอย่างเดียวไม่สละทอง-เงิน

หรือของที่ซื้อขายมาด้วยเงินนั้นด้วย ก็แสดงอาบัติไม่ผ่าน

 

เมื่อแสดงอาบัติแล้วจะต้องสำรวมระวังต่อไป

ไม่ให้ต้องอาบัติเดิมซ้ำอีก

ถ้าแสดงอาบัติโดยตั้งใจว่าจะต้องอาบัติเดิมซ้ำอีก

ก็แสดงอาบัติไม่ผ่าน

 

ส่วนพระใดรู้อยู่ว่ารับทอง-เงิน แล้วต้องอาบัติ

แต่หลอกลวงโยมว่าถวายได้เลยไม่ต้องอาบัติไม่มีโทษ

เมื่อพระได้เงินมาตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป

ต้องอาบัติปาราชิก (ขาดจากการเป็นพระ)

 

พระที่ต้องอาบัติปาราชิก

หรือต้องอาบัติเป็นประจำทั้งที่รู้อยู่แล้วไม่แก้ไข

สึกแล้วยังมีทางรอด

 

ส่วนวิธีการที่พระไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเงิน

สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก

คำถาม-คำตอบ

ถ้าไม่ให้พระรับเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในวัด

ทั้งค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกเยอะแยะ

จะทำอย่างไรล่ะ

http://www.d-study.com/index.php/th/mediagiveawayevent/question/897-q003

คำถาม-คำตอบ พระอริยสงฆ์หรือพระอรหันต์รับเงินผิดหรือไม่ ?

คำถาม

 

พระอริยสงฆ์หรือพระอรหันต์รับเงินผิดหรือไม่ ?

 

คำตอบ

 

ถึงแม้จะบรรลุเป็นพระอริยสงฆ์หรือแม้แต่พระอรหันต์รับเงินก็ผิด

ถ้าเป็นพระอริยสงฆ์ที่ยังไม่ได้บรรลุอรหันต์

ก็จะมีโทษทำให้บรรลุอรหันต์ได้ลำบากขึ้น

ถึงแม้จะไม่ได้ไปเสวยผลในอบายภูมิก็ตาม

แม้ว่าจะบรรลุอรหันต์ เป็นชาติสุดท้าย (ไม่ไปเกิดอีก)

บาปก็ยังทำลายธาตุขันธ์ในชาติสุดท้ายของท่านได้

ทั้งนี้พระอรหันต์ก็สามารถผิดพลาดได้เพราะรู้พระธรรมวินัย

ไม่ละเอียดทั่วถึงเหมือนพระพุทธเจ้า

และสิ่งที่สำคัญคือผู้ที่นำเงินไปถวายท่านก็จะได้รับโทษมาก

อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสืบต่อไปด้วย

D-study.com

Follow Us

facebook FaceBook

Twitter

phone 0894453994

Rss RSS

E-mail Email